เหน็บชากับเรื่องที่คุณควรรู้

         

 

         เมื่อพูดถึงเหน็บชาเชื่อว่าใครๆก็คิดว่าเป็นอาการชาที่เกิดขึ้นเวลานั่งพับเพียบนานๆ หรืออยู่ในอิริยาบถเดิมนานๆ แต่เหน็บชาที่เราจะพูดถึงนี้ไม่ใช่อาการข้างต้นแต่หมายถึง “โรคเหน็บชา” ที่เกิดจากการขาดวิตามินบี1ค่ะ

 

 

โรคเหน็บชาอันตรายกว่าที่คิด

        โรคเหน็บชาหรือโรคขาดวิตามินบี1สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไล่ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยชรา สาเหตุหลักคือร่างกายขาดวิตามินบี ซึ่งวิตามินบีนั้นร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องอาศัยจากการทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี เช่น ข้าวกล้อง ถั่วต่างๆ ลูกเดือย เป็นต้น

         เมื่อร่างกายขาดวิตามินบีก็จะทำให้เป็นเหน็บชาโดยลักษณะอาการก็มีตั้งแต่น้อยไปจนถึงอาการรุนแรงได้ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีปัญหาด้านความจำ ชาปลายมือปลายเท้า ตะคริว หอบเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว ตับโต ฯลฯ

         จะเห็นได้ว่าอาการของเหน็บชานั้นไม่เหมือนอาการชาตามขาทั่วๆ ไปอย่างที่เราคิด และระดับความรุนแรงของอาการนั้นก็น่ากลัวอย่างยิ่งค่ะ ต่อไปเรามาดูกันค่ะว่าใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้

         สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการขาดวิตามินบี1 ก็คือบุคคลเหล่านี้ค่ะ

  1. คนที่ติดสุราเรื้อรัง แอลกอฮอล์จะขับวิตามินบี1 ออกจากร่างกายทำให้ร่างกายขาดวิตามินบีได้
  2. คนที่ชอบทานอาหารที่เข้าไปทำลายวิตามินบี เช่น แหนมดิบ ปลาร้า 
  3. แม่ตั้งครรภ์และผู้ให้นมบุตรที่ทานอาหารไม่เพียงพอ หรือแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักจนกระทั่งขาดสารอาหาร
  4. คนที่ทานอาหารไม่ครบหมู่ ทานอาหารที่มีวิตามินบี1น้อยเกินไป

โรคเหน็บชาป้องกันได้ด้วยการกิน

         เพราะโรคเหน็บชามีสาเหตุหลักจากการกินมาดูวิธีป้องกันโรคนี้จากการทานอาหารกันค่ะ

  1. ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย
  2. เน้นข้าวและแป้งไม่ขัดสี ธัญพืช ถั่ว งา ลูกเดือย
  3. หลีกเลี่ยงอาหารดิบ เช่น ปลาร้า เนื้อสัตว์ดิบ
  4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  5. ลดการดื่มชากาแฟ อาจหันมาดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน เช่น น้ำเต้าหู้ น้ำลูกเดือย นมสด น้ำนมข้าวโพด น้ำข้าวกล้อง เป็นต้น

          โภชนาการที่ดีจะส่งผลให้คนเรามีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี หากไม่อยากป่วยเป็นโรคเหน็บชารีบหันมาดูแลตัวเองตามที่เราแนะนำ ง่ายๆ แค่เริ่มที่ทานอาหารให้ถูกต้อง เพียงเท่านี้ก็มีสุขภาพที่แข็งแรงได้ไม่ยากแล้วค่ะ