อายุเท่านี้นอนแค่ไหนเรียกว่าพอดี

อายุเท่านี้นอนแค่ไหนจึงจะพอดี

     ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนอนของคนเราก็คืออายุค่ะ อายุที่ต่างกันย่อมต้องการชั่วโมงในการนอนที่แตกต่างกันออกไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น เด็กทารกจะนอนหลับมากกว่าวัยผู้ใหญ่

     ข้อมูลชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมจาก มูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ หรือ The National Sleep Foundation ได้ระบุถึงจำนวนการนอนในแต่ละวันที่เหมาะสมสำหรับคนวัยต่างๆ ไว้ว่า

          - เด็กแรกเกิด - 2 เดือน >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 12 - 18 ชั่วโมง

          - ทารก 3 - 11 เดือน >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 14 – 15 ชั่วโมง

          - วัยเตาะแตะ 1 - 3 ขวบ >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 12 – 14 ชั่วโมง

          - เด็กวัย 3 - 5 ขวบ >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 11 - 13 ชั่วโมง

          - เด็กอายุ 5 - 10 ขวบ >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 10 – 11 ชั่วโมง

          - วัยรุ่น 10 – 17 ปี >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 8.5 – 9.25 ชั่วโมง

          - วัยผู้ใหญ่ >> ต้องการเวลาในการนอนหลับ 7 – 9 ชั่วโมง

ข้อดีของการนอนหลับอย่างเพียงพอ

     เพราะการนอนหลับเป็นกลไกอัตโนมัติของร่างกาย คนทุกคนต้องการเวลาในการนอนหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในระหว่างวัน การนอนหลับอย่างเพียงพอยังส่งผลดีอื่นๆ ตามมามากมาย

          - ช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง

          - ลดความเครียด จากความเหนื่อยล้าของร่างกาย

          - ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า พร้อมลุยสำหรับทุกเรื่องในเช้าวันถัดไป

          - ทำให้ไม่อ้วน เมื่ออดนอนฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณไขมันจะลดลงตามไปด้วย การอดนอนจึงมีส่วนทำให้น้ำหนักตัวเกินได้

          - ทำให้ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

          - ทำให้ระดับความดันเลือดปกติ

          - ผิวพรรณสดใส ไม่หย่อนคล้อย เพราะเซลล์ในร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ระหว่างนอนหลับ

          - สมองแจ่มใส จิตใจเบิกบาน

เคล็ดลับดีๆ ช่วยให้หลับง่ายหลับเร็ว

     เพราะสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในปัจจุบันที่เร่งรีบ และก่อให้เกิดความเครียดสูง อาจส่งผลให้คนเรามีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมายจนทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ โกเด้นท์มีวิธีดีๆ ที่ช่วยให้คุณหลับง่ายและหลับสนิทตลอดคืนมาฝาก

          1. อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน น้ำอุ่นจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าระหว่างวัน และทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้

          2. นั่งสมาธิก่อนเข้านอน การทำให้จิตใจสงบจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟีน ซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น

          3. เข้านอนเป็นเวลาเดิมทุกวัน เพื่อสร้างความเคยชินให้กับร่างกาย

          4. สร้างบรรยากาศการนอนที่เหมาะสม ไม่เปิดโทรทัศน์ วิทยุ หรือเล่นโทรศัพท์มือถือตอนเข้านอน นอกจากนี้ ควรทำให้ห้องมืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน และปรับอุณหภูมิห้องให้อยู่ระหว่าง 25 - 27 องศาเซลเซียส เพื่อให้หลับสบายยิ่งขึ้น

          5. ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของธัญพืช เช่น ลูกเดือย ข้าวกล้อง งาดำ ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างสารเซโรโทนิน เพื่อทำให้หลับง่ายและหลับสบายยิ่งขึ้น

     จะเห็นได้ว่า ข้อดีของการนอนหลับมีอยู่มากมาย และที่สำคัญ ยังดีต่อสุขภาพแบบองค์รวมด้วย ดังนั้น ต่อไปนี้อย่าลืมนอนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนะคะ ปล. ถ้านอนไม่ค่อยหลับ อย่าลืมนำเคล็ดลับที่เรานำมาฝากไปลองทำดูนะคะ ด้วยความห่วงใยจากโกเด้นท์